Sun. Oct 17th, 2021

ฟ้อนพื้นเมืองเชียงใหม่

ฟ้อนพื้นเมืองเชียงใหม่ การฟ้อนและงานบุญของคนเมืองถือเป็นของคู่กัน ทุกครั้งที่มีงานบุญหรืองานปอยก็มักจะต้องมีการฟ้อน การฟ้อนเล็บถือกันว่าเป็นการฟ้อนเพื่อทำบุญอย่างหนึ่ง ช่างฟ้อนส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นหรือเป็นศรัทธาของวัด เวลามีงานปอยที่วัดก็จะมีการฟ้อนเล็บต้อนรับหัววัดต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมขบวนแห่ครัวทาน

เชียงใหม่นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถานประเภทวัดวาอารามเก่าแก่และวัฒนธรรมประเพณีอันโดดเด่นแล้ว ศิลปะการฟ้อนรำพื้นเมืองของหญิงสาวชาวเชียงใหม่ในอดีตก็เป็นอีกภาพที่น่าประทับใจ สำหรับผู้คนที่มาเยือน จนก่อเกิดเป็นตำนานรักพื้นบ้านน้อยไจยา,วังบัวบานและสาวเครือฟ้ามาแล้ว

การฟ้อนรำของคนในอดีตถือเป็นแม่แบบของการฟ้อนในปัจจุบัน ไม่ว่าเราจะเยื้องกายไปทางไหนที่มีงานบุญก็มักจะพบเห็นว่ามีการฟ้อนรำอยู่เสมอ จนเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมต่าง ๆ หรือแม้แต่ตามศูนย์วัฒนธรรมก็มักจะมีการฟ้อนรำให้นักท่องเที่ยวได้ชมพร้อม ๆ กับการรับประทานอาหารแบบพื้นเมือง จนเรียกได้ว่าการฟ้อนรำพื้นเมืองเชียงใหม่ถือเป็นหน้าเป็นตาของบ้านเมืองไปแล้ว

ในอดีตเมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 7 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ได้เสด็จเลียบมณฑลพายัพ ในครั้งนั้น ทางเชียงใหม่ก็ได้มีการจัดถวายรับเสด็จด้วยการฟ้อนของเจ้านายฝ่ายเหนือเชียงใหม่

การฟ้อนของล้านนานั้นมีหลายแบบหลายประเภท ช่างฟ้อนมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย คนหนึ่งอาจจะมีความสามารถฟ้อนได้หลายแบบ แต่เวลาแสดงช่างฟ้อนจะเลือกฟ้อนแต่แบบใดแบบหนึ่งเป็นเฉพาะคราวไป ไม่นำมาฟ้อนต่อกันเหมือนกับการซอ เพราะการฟ้อนแต่ละแบบจะมีการแต่งกายและใช้เครื่องดนตรีที่ต่างกันไป

การฟ้อนรำแบ่งออกได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ฟ้อนพื้นเมือง ฟ้อนม่านและฟ้อนเงี้ยว ซึ่งแต่ละประเภทก็มีแตกย่อยไปอีก ส่วนในเชียงใหม่ที่นิยมมากที่สุดเห็นจะเป็นการฟ้อนแบบพื้นเมืองนั่นเอง

รูปแบบการฟ้อนพื้นเมืองที่คนทั่วไปรู้จักก็ได้แก่ “การฟ้อนเล็บ” ซึ่งสัญลักษณ์สำคัญที่คนรู้ได้ก็คือ นิ้วทั้งสองมือยกเว้นนิ้วหัวแม่มือของช่างฟ้อนจะสวมกรวยทองเหลือง โค้งยาว เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบด้วยกลองแอว ฆ้องและฉาบ เวลาตีจะมีทำนอง ต๊ะ ตึง โมง ซึ่งเป็นทำนองช้า ๆ อาศัยการเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อยงดงาม

การฟ้อนและงานบุญของคนเมืองถือเป็นของคู่กัน ทุกครั้งที่มีงานบุญหรืองานปอยก็มักจะต้องมีการฟ้อน การฟ้อนเล็บถือกันว่าเป็นการฟ้อนเพื่อทำบุญอย่างหนึ่ง ช่างฟ้อนส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นหรือเป็นศรัทธาของวัด เวลามีงานปอยที่วัดก็จะมีการฟ้อนเล็บต้อนรับหัววัดต่าง ๆ ที่มาเข้าร่วมขบวนแห่ครัวทาน

การที่วงฟ้อนเล็บมารับใช้งานของทางวัด วัดจึงกลายเป็นเจ้าของวงฟ้อน โดยมากจะใช้ชื่อวัดนั้น ๆ ในอดีตวงฟ้อนเล็บของวัดพระสิงห์ ซึ่งมาจากสายเจ้าดารารัศมีนับว่ามีชื่อเสียงในเชียงใหม่ แต่เดี๋ยวนี้บางคนว่าต้องจากวัดเจ็ดยอดถึงจะดี

เจ้าดารารัศมี

ส่วนการฟ้อนแบบสมัยใหม่ที่เจ้าดารารัศมีทรงนำมาดัดแปลงนั้นมีหลายอย่าง โดยทรงหัดลูกหลานของเจ้านายฝ่ายเหนือที่เข้ามาถวายตัวอยู่ในคุ้มให้เป็นช่างฟ้อนประจำคุ้ม ในการฝึกฟ้อนเจ้าดารารัศมีทรงนำครูสอนรำจากกรุงเทพขึ้นมาสอนด้วย ทำให้การฟ้อนรำในเวลาต่อมาได้รับอิทธิพลการรำแบบกรุงเทพฯที่มีความเคร่งครัดในเรื่องจังหวะและท่าทางการวางมือวางเท้าเป็นสำคัญ ต่อมาการฟ้อนแบบนี้ก็แพร่กระจายออกมาสู่ภายนอกคุ้ม ชาวบ้านเรียกการฟ้อนแบบนี้ว่า “แบบราชสำนัก” หรือ “แบบคุ้มเจ้าหลวง”